บทวิจารณ์ภาพยนตร์

       


 

 

Bridge of Spies

 

Starring : Tom Hanks, Mark Rylance, Amy Ryan, Alan Alda
Director : Steven Spielberg
Screen Play : Matt Charman, Joel Coen, Ethan Coen
Genre : Biography / Drama
Format : DVD

ความบันเทิง

คะแนนสำหรับการวิจารณ์

 

 

 

Review by Handbill

“ความเป็นมนุษย์ที่อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ”

 

สตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้กำกับมือทองกับหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสงครามและความขัดแย้งทางการเมืองเรื่องล่าสุด ที่น่าสนใจในการสื่อความหมายที่ว่าด้วย "ศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมกันของมนุษย์" ย้อนเวลากลับไปในปี ค.ศ. 1957-60 เกิดเหตุการณ์สำคัญในช่วงสงครามเย็นระหว่างโลกเสรีประชาธิปไตยกับโลกคอมมิวนิสต์ ระหว่างสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา เมื่อสายลับรัสเซีย Rudolf Abel (Mark Rylance) ถูกจับกุมตัวได้ที่ห้องพักของเขาในนิวยอร์ก ในข้อหาสอดแนมและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ แต่ทว่าตามกระบวนการยุติธรรมของอเมริกา จำเลยต้องมีทนายแก้ต่างในการพิจารณาคดี เผือกร้อนนี่จึงถูกโยนมาที่ James B. Donovan (Tom Hanks) ทนายที่ปรึกษาบริษัทประกันภัย หลังจากการพบกับ Rudolf ครั้งแรก ทำให้เขารู้ว่ารัฐบาลกลางพยายามจะติดสินบน Rudolf ให้เขาร่วมมือในการกล่าวหาสหภาพโซเวียตประเทศแม่ของ Rudolf เอง แต่ด้วยมโนธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพของเขา ทำให้เขาเลือกที่จะทำงานตามมโนธรรมของตนเองมากกว่าการเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกาที่ไม่ได้คลั่งชาติจนสูญเสียความเป็นมนุษย์! นั้นหมายความว่าเขาต้องเผชิญกระแสต่อต้านและความเกลียดชั่งจากคนในชาติหากเขาจะพยายามแก้ต่างให้กับสายลับ KGB ของรัสเซียที่เข้ามาสอดแนมถึงนิวยอร์ก

 

 

สตีเวน สปีลเบิร์ก ก็เลือกหยิบเอาเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นจริงในวัยเด็กของเขามา เป็นแรงบันดาลใจบนจอภาพยนตร์ได้อย่างชาญฉลาด เมื่อย้อนกลับไปในวัยเด็กของ สปีลเบิร์ก พ่อของเขาถูกส่งไปยังสหภาพโซเวียตในโครงการแลกเปลี่ยนทางวิศวกรรมก่อนที่นักบินสอดแนมของอเมริกาจะถูกจับได้ในเวลาต่อมา จากปมในวัยเด็กที่ถูกปลูกฝั่งเกี่ยวกับความกลัวและความตื่นตระหนกสงครานิวเคลียร์ ทำให้เขานำเอาความทรงจำเล่านั้นมาใส่ในบางตอนของภาพยนตร์

ในช่วงต้นของเรื่อง หนังดำเนินเรื่องคอนข้างนิ่งจนรู้สึกน่าเบื่อ แต่หลังจากการตัดสินใจของ ทนาย โดนาแวน ที่จะแก้ต่างให้กับ รูดอฟ ท่ามกลางกระแสให้ลงโทษตัดสินประหารจำเลย ในขณะที่ รูดอฟ มองเห็นความพยายามของ โดนาแวน จนเขาบอกความจริงเป็นนัยๆ แกโดนาแวนว่า เขาคือสายลับ แต่สุดท้ายแล้ว โดนาแวน ใช้กึ๋นโน้มน้าวใจผู้พิพากษาได้อย่างสุดเฉียบแหลม ด้วยเหตุผลที่ว่า "ในวันหนึ่งหากสหภาพโซเวียตจับคนอเมริกาได้ เรายังมีข้อต่อรองในการแลกเปลี่ยนตัวประกัน" จนในที่สุดผู้พิพากษาตัดสินใจทำตามความคิดของ โดนาแวน โดยลงโทษจำคุก รูดอฟ เป็นเวลา 30 ปีแทนการนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า ท่ามกลางความวุ่นวายหลักคำตัดสิน และเสียงตะโกนว่า "ในนามของพระเจ้า เขาต้องถูกแขวนคอ" แต่ยังมิวายที่ทนาย โดนาแวน ยังพยายามอุทธรณ์ให้กับ รูดอฟ ว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมในระหว่างกระบวนการจับกุม เรื่องราวของทนาย โดนาแวน จึงถูกต่อต้านจากสังคมอย่างเผ็ดร้อน แต่เวลาก็พิสูจน์ว่าความคิดในแง่บวกของเขา คือ สิ่งที่ถูกต้อง

 

 

หลังจากนั้นไม่นานนักบินของสหรัฐ แกรี พาว์เวอร์ (Austin Stowell) ก็ถูกจับได้หลังจากเครื่องบินสอดแนม U2 ของเขาถูกยิงตกในสหภาพโซเวียตใกล้พรมแดนตุรกี และเขาถูกตัดสินให้จำคุกเช่นเดียวกับ รูดอฟ ทำให้ทนาย โดนาแวน ถูกมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการเจรจาอย่างลับๆ เพื่อแลกตัวนักโทษกับสหภาพโซเวียต รัสเซียไม่รู้ว่า รูดอฟ เปิดเผยความลับหรือไม่ ในขณะเดียวกันอเมริกาก็ไม่รู้ว่า แกรี พาว์เวอร์ คายความลับหรือว่ายัง ทั้งสองฝ่ายต่างอยากได้ตัวประกันคืนก่อนที่จะถูกเปิดเผยความลับ และต่างก็ต้องการความลับก่อนที่จะแลกตัวเช่นกัน Plot เรื่องสุดเฉียบนี้ คือ หัวใจที่ทำให้ Bridge of Spies กลายเป็นหนังที่ดูสนุกขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง

แต่เรื่องกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อ เฟรดเดอริค นักศึกษาหนุ่มที่กำลังทำวิทยานิพนธ์ด้านเศรษฐศาสตร์เกิดเดินข้ามเขตแนวกำแพงเบอร์ลินในวันที่กำแพงได้เริ่มก่อขึ้นจนทำให้เขาถูกจับในเยอรมันตะวันออก กลายเป็นว่าในตอนนั้นมีคนอเมริกันสองคนในคุกคอมมิวนิสต์ ที่ต้องแลกด้วยสายลับรัสเซียเพียงคนเดียว งานนี้รัฐบาลกลางฟันธงว่าต้องเป็น นักบินแลกกับสายลับเท่านั้น ! แต่ทนาย โดนาแวน กลับไม่คิดอย่างนั้น

หนังเริ่มเข้มข้นและช่วยให้ติดตามให้ลุ้นขึ้นมันในทันที ทำให้ภารกิจลับของเขาและทีม CIA ต้องสลับซับซ้อนและอันตรายมากขึ้น ปมของหนังที่ขมวดขึ้นจากการตัดสินใจแหกกฎเพื่อมนุษย์ธรรมของ โดนาแวน ที่เห็นว่าทุกคนมีความสำคัญเสมอภาพกันเป็นสิ่งที่ควรจะทำ ความคิดของทนายโดนาแวน ตบหน้านโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเพียงผลประโยชน์เพียงอย่างเดียวอย่างซะใจ สตีเวน สปีลเบิร์ก ถ่ายทอดสารัตถะของหนังทั้งหมดออกมาได้อย่างแนบเนียนและเฉียบคม กำแพงเบอร์ลินที่เปรียบได้กับกำแพงทางความคิดที่แบ่งแยกความเป็นมนุษย์ ชาตินิยมคืออัตตาและมายาคติที่ลดทอนความเป็นมนุษย์ให้น้อยลงในยุคสงครามเย็นที่มีแต่ความหวาดระแวงซึ่งกันและกันของสองลัทธิการปกครอง หนังสร้างบรรยากาศ สถานที่ ออกมาได้เคร่งขรึมน่าอึดอัดสอดคล้องกับยุคสงครามเย็นได้สมจริงซึ่งเป็นจุดเด่นของ สปีลเบิร์ก ฉากที่ชวนให้ลุ้น คือฉากการแลกตัวของ รูดอฟ กับ แกรี พาว์เวอร์ และ เฟรดเดอริค ที่สะพาน Glienicke และที่ด่าน Charlie อีกทั้งยังแสดงให้เห็นมิตรภาพของ โดนาแวน กับ รูดอฟ ได้เป็นอย่างดี

Mark Rylance ผู้แสดงในบทของ Rudolf Abel ถึงบทพูดและการแสดงที่ไม่มากเกินพอดีกลับทำให้เป็นตัวละครที่มีบุคลิกที่น่าจดจำได้อย่างประหลาด ในภาพยนตร์เขาดูเหมือนคนแก่ที่ชอบสันโดษ เชื่องช้าและชินชากับชีวิตซะมากกว่าการเป็นสายลับ KGB แต่คำพูดที่เป็นวลีเด็ดของเขาก็คือ "แล้วมันช่วยอะไรได้" นั้นยังคงติดหูไปอีกนาน

 

ภาพในกระจกกับตัวตนที่แท้จริงและภาพวาด ในฉากที่สะท้อนความหมายของการเป็นสายลับได้อย่างสุดคลาสสิค

 

Bridge of Spies หนังอัตชีวประวัติ ดราม่า ชั้นดี ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสก้าร์ ครั้งที่ 88 ถึง 6 สาขาด้วยกัน Best Picture, Best Supporting Actor, Best Original Screenplay, Best Original Score, Best Production Design, Best Sound Mixing โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่า หากหนังมีดราม่าที่เข้มขันกว่านี้ และเพิ่มความกดดันให้กับตัวละครและสถานการณ์มากขึ้นอีกนิด จะทำให้หนังเข้าใกล้คำว่า Masterpiece เลยทีเดียว "Bridge of Spies แสดงให้เห็นทัศนคติที่มีกับสงครามและความขัดแย้งของ สตีเวน สปีลเบิร์ก หากนับจาก Schindler's List , Saving Private Ryan และ Lincoln ว่าเขามีความเชื่อมั่นในความเท่าเทียมกันของมนุษย์ อย่างไม่เสื่อมคลาย" 

 

 

 

 


 
 

                                                   MOVIES  :  NOW Showing      l       l      l      l       

Go to top