บทวิจารณ์ภาพยนตร์

       


 

 

The Lady

 

Starring : Michelle Yeoh, David Thewlis, Jonathan Woodhouse
Director : Luc Besson
Screen Play : Rebecca Frayn
Genre : Biography / Drama
Format : DVD

ความบันเทิง

คะแนนสำหรับการวิจารณ์

 

 

 

Review by Handbill

“ลึกลงไปในหัวใจของ ดอกไม้บนปลายกระบอกปืน”

 

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 คือวันเลือกตั้งทั่วไปในรอบ 25 ปี ของพม่า หลังจากผ่านความทุกข์ยากมานานกว่า 25 ปีภายใต้รัฐบาลทหาร ทำให้นึกถึงการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2560 ในบ้านเราขึ้นมาในแบบเกินที่จะจิตนาการได้ว่าจะจบลงอย่างไร บนความอยุติธรรม การกดขี่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อครองอำนาจทางการเมืองนั้น เกิดขึ้นเสมอมา ทำให้เกิดผู้นำนักต่อต้านและการต่อสู้ซึ่งได้กลายเป็นวีรบุรุษ วีรสตรี เรื่องราวของมนุษย์บางคนที่เกิดขึ้นราวกับชะตาฟ้าลิขิต

อองซาน ซูจี (Aung San Suu Kyi) บุตรสาวของเดียวของนายพล อู อองซาน (U Aung San) ผู้ปลดแอกพม่าจากการเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นและอังกฤษ เขามีปณิธานที่จะนำพม่าเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่ชะตากรรมของเขาต้องจบลงในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2490 หลังการถูกลอบสังหารพร้อมกับสมาชิกสภาอีก 6 คน โดยมีอายุเพียง 32 ปี ซึ่งในตอนนั้น อองซาน ซูจี มีอายุเพียง 2 ขวบเท่านั้นเอง ต่อมาแม่ของเธอได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทูตพม่าประจำประเทศอินเดีย ซูจี จึงถูกส่งเข้าศึกษาต่อที่ นิวเดลี และจากนั้นเธอเรียนต่อปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ การเมือง และปรัชญาที่ เซนต์ฮิวส์คอลเลจ ในอังกฤษ จนได้พบรักกับ ไมเคิล อริส นักศึกษาสาขาวิชาอารยธรรมทิเบต ชีวิตรักที่ดูสงบราบรื่นของครอบครัวนักวิชาการพร้อมบุตรชายสองคน ทำให้ไม่ง่ายนักที่เธอต้องสละทุกอย่างเพื่อชาติและประชาชน

 

 

ปมของเรื่องผูกขึ้นจากอาการป่วยหนักของ ดอว์ขิ่นจี แม่ของ อองซาน เธอจำเป็นต้องเดินทางกลับมายังแผ่นดินแม่อีกครั้ง ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2531 อองซาน ซูจี ในวัย 43 ปี เธอมาในฐานะลูกสาวที่ต้องการจะดูแลแม่ในช่วงเวลาสุดท้าย แต่สถานการณ์ในพม่ากำลังวิกฤติหนัก เนื่องจากเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและมีความวุ่นวายทางการเมืองในพม่า ในวันที่ 8 เดือน 8 ปี 1988 (8888 Uprising) ประชาชนกดดันให้นายพล เนวิน ลาออกจากหลังที่ยึดอำนาจการปกครองประเทศมานานกว่า 26 ปี จนเกิดจลาจลและการกวาดล้างสังหารผู้คนมากมาย ไม่เว้นแต่การบุกเข้ามาในโรงพยาบาลแต่นั้นกลับปลุกวิญาญนักสู้ในตัวเธอขึ้นมา เธอต้องนำแม่ของเธอกลับมาพักฟื้นที่บ้านพักหลังเก่าที่เธอเกิดในวัยเด็ก การมาของ อองซาน ซูจี ถูกจับตามองจากนายพล เนวิน และฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย จนในที่สุดบ้านของเธอได้กลายเป็นสถานที่สำหรับพบปะแลกเปลี่ยนความคิดทางการเมือง ในที่สุดเธอก็ได้รับการผลักดันให้ขึ้นเป็นผู้นำ และเธอได้ขึ้นกล่าวปราศรัยเป็นครั้งแรก ต่อหน้าฝูงชนนับหลายแสนคนที่มาชุมนุมกันที่เจดีย์ชเวดากองในย่างกุ้ง และได้จัดตั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ในเวลาต่อมา

 

 ไมเคิล อริส สามี ผู้เป็นกำลังใจและต่อสู้กับอองซาน ซูจี แม้จะต้องพรากจากกันไปคนละซีกโลก

 

บางตอนหนังได้สะท้อนค่านิยมทางความเชื่อที่งมงายในไสยศาสตร์ของ นายพลเนวิน ซึ่งทำให้เขาจำต้องปล่อยให้ ชูจี จัดตั้งพรรคขึ้นจนสำเร็จ ตามคำแนะนำของของหมดดู แต่นั้นทำให้เขารู้ว่าเป็นความผิดพลาดที่โง่เง่าอย่างที่สุดของเขาในเวลาต่อมา

ชะตากรรมของอองซาน ซูจี ในพม่านั้นเหมือนกับการแขวนอยู่บนเส้นด้าย มีเพียงหนทางเดียวคือทำให้ทั่วโลกจับตามองเธอในพม่า เดวิด ธิวลิส ในสามีของเธอได้ผลักดันให้เรื่องราวของเธอเข้าสู่การพิจารณารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และในที่สุดโลกก็ขานรับ มันเป็นเหมือนเกราะกำบังและสวัสดิ์ภาพให้กับเธอ และรอวันได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

แต่รัฐบาลทหารก็ยังคงกดดันเธอในทุกวิถีทาง โดยกักบริเวณเธอให้อยู่แต่ในบ้านพักเป็นเวลานานถึง 15 ปี และกีดกันไม่ให้ได้พบกับครอบครัว เพียงเพื่อยืนข้อเสนอผลักดันให้เธอเดินทางออกนอกประเทศอย่างถาวร

Luc Besson ผู้กำกับที่มักชอบทำหนังยกย่องวีรกรรมสตรีมาแล้วหลายเรื่องไม่ว่าจะ Nikita, The Messenger: The Story of Joan of Arc, และ The Fifth Element สำหรับ The LADY ลุค แบซอง ได้ให้น้ำหนักไปกับชีวิตส่วนตัวระหว่างเธอและครอบครัว มากกว่าความสับสนทางการเมือง ทำให้เราเห็นด้านของความเป็นผู้หญิงที่จำต้องอดทนกับความเหงาที่ต้องโดดเดี่ยวตัวเองจากครอบครัว ฉากประทับใจของเรื่อง คือ การเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับทหารที่เล็งปืนมาหาเธอด้วยความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ สถานที่ถ่ายทำส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ เมืองย่างกุ้ง รวมถึง ลอนดอน ซึ่งให้บรรยากาศที่สมจริง และรู้สึกถึงความแตกต่างกันโลกที่มีเสรีภาพกับโลกที่ถูกปิดกั้น มิเชล โหยว สวมวิญญาณเป็น The Lady ได้สมบรูณ์แบบ และในบทของ เดวิด ธิวลิส (David Thewlis) สามีที่คอยผลักดันให้เธอก้าวไปข้างหน้า ทำให้หนังดูสมจริงในส่วนของดราม่า ถึงแม้หนังจะไม่ลงลึกในส่วนของการเมือง แต่ก็ทำให้หนังชวนให้ติดตามและเข้าใจอีกด้านหนึ่งของ อองซาน ชูจี ซึ่งผู้กำกับ ลุค แบซอง นิยมที่จะนำเสนอในด้านที่เป็นปัจเจกชนที่มีความอ่อนไหวอ่อนแอมา แบบเดียวกับ Joan of Arc ถึงแม้หนังจะเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมาจนธรรมดาเกินไป ทำให้หนังขาดเสน่ห์ และน่าค้นหาและแทบไม่ต้องตีความอะไรมากมาย

 

ฉากที่สะท้อนความกล้าหาญภายใต้ร่างกายที่ผอมบางของผู้หญิงตัวเล็กๆที่น่ายกย่อง

 

สารัตถะของหนังมุ่งที่จะนำเสนอการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ชื่อว่า อองซาน ซูจี ถึงเธอจะมีความโกรธจากการเสียชีวิตของบิดาแต่เธอก็เปลี่ยนทั้งความโกรธและความกลัวให้เป็นพลังการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ "การเมืองการปกครองต้องอยู่บนพื้นฐานของ "เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ" คงไม่มีความอยุติธรรมการกดขี่และการสูญเสีย แต่นั้นก็ทำให้เราได้จดจำเรื่องราวของการต่อสู้ของผู้หญิงร่างผอมบางที่ต้องต่อสู้กับทั้งตนเองและอำนาจของกองทัพได้อย่างสง่างาม ได้ปลุกเร้าความเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพของคนทั้งชาติด้วยสันติวิธีจนได้รับชัยชนะในที่สุดถึงแม้ The LADY จะถูกห้ามฉายในพม่าก็ตาม

“The only real prison is fear, and the only real freedom is freedom from fear” by Aung San Suu Kyi 

 

 

 

 


 
 

                                                   MOVIES  :  NOW Showing      l       l      l      l       

Go to top