บทวิจารณ์ภาพยนตร์

       


 

 

The Revenant

 

Starring : Leonardo DiCaprio, Tom Hardy, Domhnall Gleeson, Will Poulter
Director : Alejandro G. Iñárritu
Screen Play : Mark L. Smith, Alejandro G. Iñárritu Based on The Revenant by Michael Punke
Music : Ryuichi Sakamoto, Alva Noto
Cinematography : Emmanuel Lubezki
Genre : Adventure / Drama
Format : Blu-ray

ความบันเทิง

คะแนนสำหรับการวิจารณ์

 

 

 

Review by Handbill

“กฎของธรรมชาติ คือ การต่อสู้เพื่อความอยู่รอด”

  

แรงดันดาลใจจากเรื่องจริง
The Revenant นวนิยายการผจญภัยและการแก้แค้นที่พิมพ์ในปี 2002 โดยนักเขียนชาวอเมริกัน Michael Punke เล่าเรื่องจากเค้าโครงเหตุการณ์จริงของ Hugh Glass เสือพรานที่ออกล่าขนสัตว์ในเขตชายแดนใกล้กับแคนนาดาในปี 1820 ซึ่งในตอนนั้นเป็นพื้นที่ ซึ่งชาวฝรั่งเศสพยายามเข้ามาครอบครอง ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์สำหรับภาพยนตร์ 2015 โดย Alejandro G. Iñárritu ซึ่งในนวนิยายไม่มีการฆ่าเพื่อการแก้แค้นในตอนจบ

มีคนน้อยคนที่จะนึกภาพของอเมริกาในยุคเริ่มแรก ซึ่งยังมีบางส่วนของดินแดนที่ยังไม่ได้แบ่งอาณาเขต (ค.ศ.1820) ในยุคที่ชาวยุโรปได้เข้าไปรุกรานชนพื้นเมือง เพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากทรัพยากรในทวีปอเมริกาเหนือ คนที่เข้าไปบุกเบิกอเมริกาเหนือส่วนเป็นชั้นแรงงาน คนตัดไม้ คนล่าสัตว์ ขุดหาแร่ และรวมทั้งทหารรับจ้าง โดยมีนายทุนเป็นผู้จ่ายค่าแรง เพราะโอกาสที่จะเป็นเจ้าของที่ดินในแผ้นดินเกิดนั้นคงเป็นได้ยาก เพราะการผูกขาดของนายทุนและชนชั้นสูง แต่อเมริกา คือทวีปที่มีแต่ดินแดนที่ยังไม่มีการออกโฉนดที่ดิน แต่การเป็นเจ้าของที่ดินนั้นก็ต้องแลกมาด้วยการต่อสู้เพื่อปกป้องอาณาเขตของตน จากคนขาวด้วยกันและการทวงคืนของชนพื้นเมืองอินเดียนแดงที่ไม่ยอมรับการรุกราน

 

 

ภาพยนตร์เปิดด้วยฉากกลุ่มคนล่าขนสัตว์ที่ต้องรบกับชนพื้นเมืองในแบบ long take ซึ่งถ่ายทำอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุดในระหว่างการแสดงในหนึ่งฉาก นักแสดงที่เข้าฉากทุกคนต้องไม่พลาดเลยในแต่ละจังหวะที่ต้องเล่นรับส่งกัน ซึ่งเป็นการทำงานที่ยากมากๆ แค่ฉากแรกก็โชว์กึ่นกันแล้ว

กลุ่มนักล่าขนสัตว์มาจากหลายเชื้อชาติแต่ต้องมาร่วมกันเพื่อดักสัตว์และล่าเพื่อเอาขนของมันมาขายไม่ว่าจะเป็น บีเวอร์ กวาง หรือแม้แต่ ขนหมี และมันเป็นเรื่องปกติที่ในทุกๆ ที่จะต้องมีความขัดแย้งเมื่อมนุษย์ต้องมาอยู่รวมกัน ตัวละครที่ขัดแย้งที่เกิดจากอคติของ John Fitzgerald (Tom Hardy) ที่มีต่อ Hugh Glass (Leonardo DiCaprio) ท่ามกลางความดิบและป่าเถื่อนของธรรมชาติและสงครามกับชนเผาพื้นเมือง คือเนื้อเรื่องที่ปูทางไปสู่ตอนจบได้อย่างเหมาะเจาะ เนื้อเรื่องและตัวละครไม่ซับซ้อนแบบหนังสายประกวดเรื่องอื่นๆ ซึ่งตรงนี้กลับเป็นขอดีของหนังที่ปล่อยให้ธรรมชาติมีความโดดเด่นเป็นพลังบดขยี้พระเอกของเราให้ต้องดิ้นร้นต่อสู้เอาชีวิตรอดกลับมาแก้แค้น ไอ้สารเลวที่ฆ่าลูกชายของเขา 

การเล่าเรื่องผ่านองค์ประกอบศิลป์ และงานถ่ายภาพยนตร์ระดับ Masterpiece
องค์ประกอบด้านการแต่งกาย ของประกอบฉากต่างๆ ฯลฯ นั้นต้องใกล้เคียงกับยุคบุกเบิกอเมริกา และภาพสุดอลังการจากฝีมือของ Emmanuel Lubezki ที่คว้างรางวัลถ่ายภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาสามปีติดต่อกันจากภาพยนตร์เรื่อง Gravity, Birdman และล่าสุดกับ The Revenant

 

 

งานสร้างที่สุดสมจริงด้วยแสงธรรมชาติ ท่ามกลางความดิบของธรรมชาติที่งดงาม ทีมงานต้องทำงานท่ามกลางหิมะที่หนาวเย็น ในการถ่ายทำพวกเขาใช้ไฟน้อยมาก โดยเน้นการใช้แสงตามธรรมชาติและใช้หิมะเป็น "แผ่นสะท้อนแสงที่ใหญ่ที่สุดในโลก"พวกเขาไม่ใช่แค่ถ่ายภาพสวยๆ แต่ยังสามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติให้น่าเกรงขามอีกด้วย ซึ่งเป็นการทำงานที่ยากมาก เพราะพวกเขาต้องทำงานโดยอาศัยธรรมชาติจริงเป็นฉากและต้องทำงานให้เสร็จก่อนที่ฤดูหนาวจะผ่านพ้นไป และมีในบางช่วงที่พอถึงบ่ายสามโมงความมืดก็เข้ามาแทนที่ 

สมบรูณ์แบบในทุกห่วงอารมณ์จาก Leonardo DiCaprio และ Tom Hardy
Hugh Glass (Leonardo DiCaprio) คือ ตัวละครที่สูญเสียทุกอย่างทั้งภรรยาและลูกชายชนเผาพาว์นี และแม้แต่ร่างกายที่ยับเยินจากการต่อสู้กับหมี กริซลี ที่หนักกว่า 300 ปอนด์ ซึ่งเป็นฉากเด่นของเรื่องที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ในบทสัมภาษณ์ ลีโอนาร์โด เขาเปิดเผยว่า เพื่อความสมจริง เขาเข้าฉากด้วยการเป็นไข้อ่อนๆ เหมือนในบท และในฉากที่เข้าต้องกินตับควายไบซัน นั้นเขากินมันจริงๆ "เนื้อเยื้อใสๆ ที่หุ้มอยู่ข้างนอกนั้นรสชาติค่อนข้างแย่" นักแสดงต้องเตรียมตัวทำตัวเองให้คุ้นเคยกับความหนาวเย็น เพิ่มน้ำหนักตัว ไว้ผมและหนวดเครา ในหนังเขาต้องแสดงอารมณ์ที่เจ็บปวด หิวโหย และเครียดแค้น ในขณะที่เดินทางรอนแรมอย่างทุลักทะเลในป่าเขาท่ามกลางหิมะ โดยไม่สามารถพูดออกมาได้มากนัก ส่วน Tom Hardy นั้นก็แสดงตีคู่มากับพระเอกได้ดีไม่แพ้กันในบทของคนเลว ที่พร้อมจะหว่านคำพูดล่อลวงได้แม้แต่ในยามที่ปลายกระบอกปืนจ่อหัว และภาพลักษณ์ที่ดูก็รู้ว่านี่แหละคือไอ้ตัวร้าย ทั้งการพูด ท่าทาง สีหน้าและแววตา การถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขา ดารานำชายและดาราสมทบชาย การันตีความยอดเยี่ยมด้านการแสดงจาก The Revenant 

 

 

สานต่อความสำเร็จจาก Birdman ถึง The Revenant
Alejandro G. Iñárritu (อาเลคันโดร กอนซาเลซ อีญาร์รีตู) ผู้กำกับเชื้อสายเม๊กซิกัน หลังจากความสำเร็จจาก Birdman ในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม และสาขาอื่นๆ อีก 3 รางวัลในปี 2014 เขาก็เดินเครื่องกับ The Revenant ในปีต่อมา และเขาเป็นหนึ่งในผู้กำกับจำนวนไม่กี่คนที่คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมสองปีติดต่อกัน เขาเปิดเผยในบทสัมภาษณ์ว่า การทำงานภายใต้เงื่อนไขของธรรมชาตินั้น เขาต้องแก้ไขปัญหาต่างๆในระหว่างการถ่ายทำ ทีมงานต้องเตรียมงานล่วงหน้าหลายเดือน เขาปล่อยให้ตัวละครและธรรมชาติพาไปและก็ปรับทุกอย่างให้เป็นไปตามสิ่งเหล่านั้น The Revenant ใช่เวลาเตรียมค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ สถานที่ การแต่งกาย สิ่งของประกอบฉาก และสถานที่ในฉากต่างๆ เป็นเวลานานถึงห้าปี แค่ฉากการถ่ายแบบ long take ในตอนเปิดเรื่อง ทีมงานและนักแสดงต้องเตรียมพร้อมนานถึงสามเดือน มันสิ่งที่ต้องทำมากมายจริงๆ ในการสร้างหนังเรื่องนี้ นักแสดงและทีมงานได้โจทย์ที่ยากเหล่านี้ และทุกคนก็ทำมันออกมาได้ยอดเยี่ยม

"มันสำคัญกับทุกชีวิตในการดำรงอยู่ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นตัวละครสีเทาๆ อย่าง Hugh Glass หรือ สีดำ อย่าง John Fitzgerald ต่างก็ต้องเอาชีวิตรอดดัวยกันทั้งนั้น"

 

 

Major Earth Minor Human
ถึงแม้บทภาพยนตร์จะยังไม่โดดเด่น แต่ก็ไม่ได้เป็นส่วนที่ทำให้หนังขาดความน่าสนใจแต่อย่างใด ตรงกันข้ามบทเน้นในส่วนของธรรมชาติแบบดิบๆ และการผจญภัยเอาตัวรอดนั้น ตรึงให้ผู้ชมอยู่กับทุกเหตุการณ์ของเรื่อง ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกเหตุการณ์ที่สุดสมจริงและงดงามท่ามกลางธรรมชาติที่แปลกตาและลึกลับ

นอกจากเรื่องราวการผจญเพื่อเอาชีวิตรอดท่ามกลางธรรมชาติที่โหดร้ายและการแก้แค้นแล้ว ซึ่งหนังเหมือนจะบอกว่า ไม่มีอะไรอันตรายไปกว่ามนุษย์ด้วยกันเอง The Revenant แปลว่า การอยู่รอด คือ สารัตถะของหนัง มันสำคัญกับทุกชีวิตในการดำรงอยู่ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นตัวละครสีเทาๆ อย่าง Hugh Glass หรือ สีดำ อย่าง John Fitzgerald ต่างก็ต้องเอาชีวิตรอดดัวยกันทั้งนั้น

บริบทของฉากหลังที่ดู epic มากๆ เชิดชูความบริสุทธิ์ของธรรมชาติและวิถีชีวิตการดำรงชีวิตที่งดงามของชาวพื้นเมืองที่ถูกทำลายลงไปหลังจากการเริ่มเข้ามารุกรานของชาวยุโรปในช่วงปี 1820 จนถึงปัจจุบัน ในอดีตชาวพื้นเมืองอินเดียนแดงอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน และเป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติ แต่คนขาวเข้ามารุกรานเพื่อที่จะกอบโกยด้วยความโลภ และแย่งทุกอย่างไปจากพวกชาวพื้นเมือง สืบเนื่องมาจากการปฏิวัติอุสาหกรรมในยุโรปนั้นก็เพื่อให้ชนชาติของตนเองอยู่รอดเฉกเช่นเดียวกัน

The Revenant กวาดรางวัลมากมายในเวทีการประกวดระดับโลกในปี 2015 อาทิ Oscar ในสาขาดารานำชายยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม และถ่ายภาพยอดเยี่ยม และจากเวทีรางวัล Golden Globe ในสาขาภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม และดารานำชายยอดเยี่ยม แถมเพลง Theme ที่ช่วยส่งอารมณ์ได้ดีซะเหลือเกิน โดย Ryuichi Sakamoto องค์ประกอบทั้งหมดช่วยทำให้ The Revenant "เป็นภาพยนตร์ที่ทรงพลังมากในการถ่ายทอดอารมณ์ ที่ตรึงอารมณ์ให้เข้าถึงแก่นแท้ของธรรมชาติและพื้นฐานดิบๆของการเป็นมนุษย์ได้อย่างมหัศจรรย์"

 

 

 


 
 

                                                   MOVIES  :  NOW Showing      l       l      l      l       

Go to top