บทวิจารณ์ภาพยนตร์

     


 

 

The Birth of a Nation

 

Starring : Nate Parker, Armie Hammer, Colman Domingo, Aja Naomi King, Jackie Earle Haley, Penelope Ann Miller, Gabrielle Union
Director : Nate Parker
Screen Play : Nate Parker
Genre : Drama / Biography

 

ความบันเทิง

คะแนนสำหรับการวิจารณ์

 

 

 

Review by Handbill

“Nat Turner  นักปฏิวัติผิวสีที่ถูกลืม”

  

The Birth of a Nation เป็นหนังชีวประวัติของนักต่อสู้ผู้จุดประกายให้กับทาสผิวสีในอเมริกาในช่วงปี ค.ศ. 1876 ชื่อของ Nat Turner ถูกฝั่งกลบให้จมหายไปในประวัติศาสตร์ เขาคือผู้นำทาสผิวดำผู้ลุกขึ้นต่อสู้กับนายทาสผิวขาวเพื่อปลดแอกคนผิวสีจากการกดขี่และทารุณกรรมอย่างโหดเหี้ยมเกินบรรยาย ทาสในอเมริกาเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1619 -1877

The Birth of a Nation เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาก่อนหน้านี้ในปี 1915 โดยผู้กำกับผิวขาว D.W Griffith ที่ถูกประณามว่าพลิกดำให้เป็นขาวในเรื่องการเหยียดผิวและเชิดชูความคิดของกลุ่ม Ku Klux Klan จนเป็นเหตุให้มีการออกล่าคนผิวสีในรัฐทางใต้กลับมาอีกครั้งตามมาหลังจากที่หนังออกฉายได้ไม่นานนัก
การกลับมาของภาพยนตร์ The Birth of a Nation ในปี 2016 จึงไม่ต่างอะไรกับการยึดพื้นที่คืนของคนผิวสีในอเมริกาที่ต้องการจะบอกว่าพวกเขาก็คือแรงงานสร้างชาติและส่วนหนึ่งที่สำคัญของประวัติศาสตร์อเมริกัน หนังเปิดตัวได้ดีและสร้างกระแสได้ในช่วงแรก แต่ทว่าความรุนแรงของหนังทำให้เกิดกระแสตีกลับ บวกกับเรื่องราวด้านมืดในอดีตของ Nate Parker ผู้กำกับผิวสีทำให้หนังกลายเป็นสีเทาในความรู้สึกของผู้คนส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดีด้วยคุณภาพของตัวหนังเองทำให้มันยังคงถูกกล่าวขาน จนได้ไปได้ไกลในเทศกาลหนังใหญ่ๆ อย่าง Sundance Film Festival ที่ไม่มีการเมืองเหมือนอย่างใน ออสการ์

 

วิธีเดียวที่ทำให้คนขาวนั่งฟังคนดำพูดก็คือการอ่านพระคัมภีร์ในโบสถ์

 

หนังเล่าเรื่องชีวิตของ Nat Turner ตั้งแต่วัยเด็ก จากความเชื่อที่ว่าเด็กที่มีปานนูนที่หน้าอก คือ ผู้ที่ถูกเลือกมาเพื่อเป็นผู้นำจิตวิญญาณ ด้วยพิธีกรรมลับๆตามความเชื่อของชาวแอฟริกัน ภายหลังเขาได้รับศีลล้างบาปของโบสถ์แบ๊บติสของคนขาวในเวลาต่อมา และดูเหมือนเขาจะไม่ใช่เด็กธรรมดาจริงๆ เมื่อเขาทำสิ่งมหัศจรรย์โดยสามารถอ่านหนังสือออกได้เองอย่างน่าทึ่งโดยหนังสือเล่มแรกที่เค้าอ่าน คือ พระคัมภีร์ไบเบิล ในยุคที่ทาสยังคงไม่มีสิทธิได้รับการศึกษาใดๆ ชีวิตวัยเด็กของเขาเริ่มเป็นสีเทา เมื่อพ่อของเขาต้องหนีไป เนื่องจากได้ฆ่าคนขาว เพื่อเอาชีวิตรอดจากการถูกคนขาวฆ่า หนังสือที่ตระกูล Turner นายทาสของเขาแนะนำให้เขาอ่าน คือ พระคัมภีร์ไบเบิล แทบจะเป็นหนังสือเล่มเดียวที่เขาได้รับอนุญาตให้อ่าน โดยนายหญิงภรรยาของเจ้าของไร่ "ได้กล่าวกับ Nat ว่า หนังสือเล่มนี้จะทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล" และนั้นเป็นเพียงวิธีเดียวที่ทำให้คนขาวนั่งฟังคนดำพูดในโบสถ์ได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน จวบจนเมื่อเขาเติบใหญ่เป็นทาสที่นายไว้ใจและดูแลเขาอย่างมีเมตตากว่านายทาสส่วนใหญ่ที่โหดร้ายทารุณ เขามีสิทธิเสนอความคิดเห็น พร้อมทั้งได้รับการปกป้องจาก Samuel Turner ลูกชายเจ้าของไร่ฝ้ายแห่งเมือง เซาแธมป์ตัน ในรัฐเวอร์จิเนีย ที่เติบโตมาด้วยกันในวัยเด็ก โดยที่ Nat เองก็ได้รับอนุญาตให้ใช้สกุล Turner แต่ทว่าในเวลาต่อมาฐานะที่ตกต่ำทำให้ตระกูล Turner ต้องดิ้นร้นเพื่ออยู่รอดจากการที่ต้องดูแลทาสในไร่ฝ้ายและพยุงฐานะของตนไว้ ซึ่งทำให้เขาต้องพึ่งพาแรงงานทาสในการเก็บเกี่ยวฝ้ายแบบถ้อยที่ถ้อยอาศัย เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะหาเงินมาเลี้ยงดูทาสได้ไปอีกนานแค่ไหน 

 

Nat Turner กับ Samuel Turner ลูกชายเจ้าของไร่ฝ้ายที่เติบโตมาด้วยกันในวัยเด็ก

พบรักแรกกับ Cherry

  

Nat Turner มีพรสวรรค์ในการเทศสอนและปลูกใจผู้คนด้วยคำสอนในพระคัมภีร์ไบเบิลอย่างชนิดที่ว่าคนขาวเองยังต้องทึ่ง จนสาธุคุณ แนะนำให้ Samuel หาประโยชน์จากเขา โดยรับจ้างให้ Nat Turner เทศนากล่อมทาสผิวดำด้วยกันในไร่ของคนขาวอื่นๆ เพื่อให้ทาสเชื่อฟังเจ้านายด้วยความยำเกรง การออกไปเผชิญโลกภายนอกของเขาทำให้เค้าพบเห็นการกดขี่คนดำอย่างโหดเหี้ยมในแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน โลกของคนดำภายนอกไร่ของตระกูล Turner นั้นโหดร้ายเกินกว่าที่ Nat จะทำใจยอมรับได้ 

Samuel Turner เป็นตัวแทนของคนขาวที่มีเมตตาต่อทาส แต่เวลาและสังคมคนขาวค่อยๆเปลี่ยนให้เขาคิดว่า ทาสก็คือทรัพย์สินที่เขาจะทำอย่างไรก็ได้ บทดำเนินไปถึงจุดที่ตัวละครที่เติบโตมาด้วยกันแต่ต่างชนชั้นให้เดินมาถึงภาวะของการเป็นเส้นขนาน จากเหตุการณ์เหล่านั้นได้เกิดขึ้นกับตัวของเขาเองและคนที่เขารักฟางเส้นสุดท้าย คือ การตัดสินใจล้างบาปให้กับคนขาวโดยพละการ มันเป็นเรื่องที่คนขาวส่วนใหญ่ไม่ยอมรับเขาถูกเฆี่ยนตีอย่างหนัก จนทำให้ Nat เป็นขบถลุกขึ้นสู้ได้อย่างน่าเห็นใจ ถึงแม้ว่าผลของการต้อสู้นั้นมันจะโหดเหี้ยมก็ตามที

 

Nat Turner ต้องฝืนความรู้สึกเทศนากล่อมทาสผิวดำด้วยกันในไร่ของคนขาวที่ชั่วร้าย

 โลกของคนดำภายนอกไร่ของตระกูล Turner นั้นโหดร้ายเกินกว่าที่ Nat จะทำใจยอมรับได้ 

คนดำไม่มีสิทธิล้างบาปให้คนขาว กลายเป็นน้ำผึ้งหยดสุดท้ายของความอดทน

 

วีรบุรุษหรือผู้พยากรณ์เท็จ
“The Birth of a Nation ถึง Joan of Arc จาก Racism ถึง Feminist”

เรื่องราวของ Nat ไม่ต่างจาก Joan of Arc เท่าใดนัก หากมองย้อนกลับไปถึงหนังที่เกี่ยวกับการกดขี่ไม่ว่าจะเป็นการเหยียดชาติพันธุ์หรือการเหยียดเพศ ทั้งสองตัวละครมีแรงผลักดันที่เหมือนกัน คือ ความโกรธ ความเกลียด จากความอยุติธรรมที่พวกเขาได้รับ ตัวละครอย่าง Nat Turner และ Joan of Arc เหมือนกันในเรื่องของการได้รับนิมิตหรือการถูกกล่าวขานว่าเป็นผู้ที่ถูกเลือกให้มาปลดปล่อยผู้ที่ถูกกดขี่ มันอาจจะเป็นเรื่องที่คลุมเครือและต้องอาศัยศรัทธาความเชื่อถึงจะเข้าใจและเข้าถึงสิ่งเหล่านั้น และจุดจบของทั้งสองคนก็ไม่ต่างกัน ตัวละครที่เป็นวีรบุรุษและวีรสตรีที่ต่างต้องจบลงด้วยการถูกประหารชีวิต เพราะความโกรธและการไม่ให้อภัยได้ครอบงำจิตใจ จนทำให้พวกเขาทำเกินขอบเขตที่พระเจ้ามอบให้ตามความเชื่อที่ถูกเล่าขาน

 

 ภาพนิมิตที่ Nat เห็นมันเป็นความเชื่อว่าเขาคือผู้นำการเปลี่ยนแปลงการกดขี่ทาสให้หมดไป

เมื่อสัญญาณจากพระเจ้าปรากฎบนท้องฟ้าการลุกขึ้นสู้ก็เกิดขึ้น

 

ในส่วนของสับสนภายในจิตใจและความคิดของตัวละคร ความย้อนแย้งจากการตีความหมายบางตอนในพระคัมภีร์ไบเบิล ก็ยังคงเป็นที่ปริศนา นักศาสนาสตร์ ให้ความเห็นว่าพิธีลึกลับของชาวแอฟริกัน กับการทำนายว่า Nat เป็นผู้พยากรณ์ หรือผู้ที่ถูกเลือกเป็นเรื่องของคนนอกรีต ซึ่งไม่เกี่ยวกับความเชื่อแท้ของชาวคริสต์ และภาพในภวังค์ที่มีซาตานมาปรากฎอยู่นั้น อาจเป็นการถูกครอบงำจิตใจของ Nat เพื่อให้เลือกหนทางแห่งการล้างแค้นแทนสันติวิธี จนเป็นชนวนให้เกิดการต่อต้านการเลิกทาสของ ประธานาธบดี ลินคอน และนำไปสู่สงครามการเมืองอย่างรุ่นแรงและมีผู้เสียชีวิตถึง หกแสนคนในเวลาต่อมา

หนังยังได้สะท้อนถึงอำนาจของผู้รู้พระคัมภีร์ เพราะชาวคริสต์ยำเกรงพระเจ้า คนที่ถือพระคัมภีร์ก็เปรียบได้กับผู้ที่มีอำนาจในการชี้นำคนอื่น แต่ความโกรธแค้นกลับกลายเป็นแรงผลักดันในการปฏิวัติที่ตามมาด้วยการฆ่าคนไปถึง 60 คน ซึ่งรวมถึงผู้หญิงและเด็ก ทำให้วีรกรรมของ Nat Turner และแนวร่วมเป็นเรื่องยากที่จะรับได้ จึงไม่แปลกที่มันกลายเป็นการปฏิวัติที่ถูกลืม แต่อย่างน้อยมันก็ได้สะท้อนให้สังคมได้รับรู้ถึงแรงโต้กลับของคนผิวสีที่ได้ถูกกระทำเยี่ยงสัตว์เลี้ยงมานานนับศตวรรษได้เป็นอย่างดี 

 

 

 


 
 

                                                   MOVIES  :  NOW Showing      l       l      l      l       

Go to top