12 สุดยอดลำโพงที่โดดเด่นตลอดกาล

 

12 สุดยอดลำโพงที่โดดเด่นตลอดกาล

ลำโพงทั้ง 12 ตัวนี้เป็นลำโพงที่นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในยุคสมัยที่นำการเปลี่ยนแปลง ที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบลำโพงในปัจจุบัน เป็นต้นแบบของลักษณะเสียงที่ได้ยินมาก่อนในยุคของการพัฒนา โดยนักวิจารณ์เครื่องเสียง อาวุโสของ The Absolute Sound ต่างแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันจนได้ 12 สุดยอดลำโพงแห่งยุคสมัย มาติดตามดูว่าจากอันดับ 12 ถึงจนถึงอันดับ1มีลำโพงอะไรบ้าง 

12. Klipschorn
Klipschorn ลำโพงที่บ่งบอกความเป็นอเมริกันแท้ๆ มันเป็นลำโพงรุ่นเดียวในโลกที่ผลิตได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 70 ปี อย่างแท้จริง คือการทดสอบว่ามันเหนือกาลเวลา Paul Klipsch ผู้ประดิษฐ์ ออกแบบแตรพับ horn ที่เป็นเอกลักษณ์จนได้สิทธิบัตร ทำให้กรวยแตรสร้างความถี่ต่ำที่ไม่เหมือนกรวยลำโพงทั่วไป การออกแบบทางเดินให้คลื่นเสียงพับวนไปมา มีผลต่อขนาดและผนังห้องเพิ่มคุณภาพเสียงให้เต็มห้อง ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง สามารถควบคุมทิศทางและช่วงไดนามิคได้ดีมาก มันสามารถอธิบายด้วยกฎฟิสิกส์ที่ซับซ้อน แต่ทว่าสวยงาม และสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ คุณยังสามารถซื้อได้ในวันนี้

 


"Efficiency, flat frequency response, controlled directivity, and dynamic range. A Klipschorn provides a detailed wall of sound that emanates from the corner of a room."
Peter Breuninger

 

11. MBL 101 E
นวัตกรรมที่แปลกและน่าทึ่งจาก plasma tweeter ของ Alan Hill และกรวย "“transmission-line” ของ Lincoln Walsh แต่ความมหัศจรรย์อยู่ที่ "Radialstrahler" กรวยลำโพงกลีบที่คิดค้นโดย Wolfgang Meletzsky ซึ่งเป็นทรงคล้ายฟักทองที่เป็นการออกแบบที่แยบยลอย่างแท้จริง ซึ่งสร้างจาก "กลีบ" อลูมิเนียม ผสม แมกนีเซียม ซึ่งสร้างคลื่นเสียงและกระจายออกไปแบบ 360 องศา มันคือการสร้าง soundstage และไดนามิกที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาและสมจริง ลำโพงสร้างความสัมพันธ์กับขนาดในห้องซึ่งมีผลต่อคุณภาพของเสียมากเพราะ ลำโพงค่อนข้างอ่อนไหวและมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก MBL 101 E นำดนตรีมาผสมผสานกับสภาพแวดล้อมภายในบ้านของคุณได้อย่างกลมกลืน นับเป็นงานศิลปะอย่างแท้จริง และได้สร้างมาตรฐานความเป็นเลิศและความตื่นเต้นเสมือนดนตรีจริงที่ทำให้ลำโพงเสียงรอบทิศทางได้เกิดขึ้นและสร้างความสุขเป็นเวลานานกว่าสามสิบปี

 


"the most enveloping soundstage this side of a surround system, absolutely thrilling large-scale dynamics, and timbres that are very true-to-life"
Jonathan Valin

 

10. Advent
Advent ลำโพงหน้าตาธรรมดาๆ เชยๆ แต่ในปี 1972 นั้นถือว่าไม่ธรรมดาสำหรับลำโพงตู้ปิดที่ให้เสียงสะอาด เป็นธรรมชาติมากๆ ยากที่ลำโพงในยุคนั้นจะทำให้เสียงเป็นกลางได้ขนาดนี้ หรือที่เรียกว่า "uncolor no character"
Advent เป็นลำโพงตู้ปิดสองทาง กรวยลำโพงทำจากกระดาษ ขนาด 10 นิ้ว ทวีตเตอร์โดมผ้าขนาด 2 นิ้ว มันถูกสร้างขึ้นโดยนาย Henry Kloss หลังจากที่เขาก่อตั้ง Advent Corporation ในปี 1967 ซึ่งคุณสมบัติพิเศษของลำโพง Advent คือไม่ว่าจะจัดวางอย่างไรมันก็ยังคงให้เสียงที่น่าฟัง โดยสามารถนำมาวางซ้อนต่อกันแบบลำโพง Array หรือที่เรียกว่า Double Advent ได้อีกด้วย

 

 


"Magnificent! They remained as uncolored and neutral as ever, exceeding too many of today’s so-called “super” systems."
Harry Pearson

 

9. KLH Model Nine
KLH Nine ลำโพงไฟฟ้าสถิต (electrostatic) แบบ full-range ตอบสนองความถี่ที่ 40 Hz - 20 kHz ใช้หม้อแปลงจ่ายไฟแบบโพลาไรซ์ (6kV) คิดค้นและออกแบบโดย Henry Kloss (คนเดียวกับที่ออกแบบลำโพงระดับตำนาน AR3a และ Advents) KLH Nine ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นต้นแบบของเสียงกลางที่มีความโปร่ง สัมผัสได้ถึงตำแหน่งและรายละเอียดของเสียงดนตรี ให้เสียงที่มีความเพี้ยนต่ำ เสียงที่ความฉับไว แต่มันก็เป็นลำโพงที่ให้เสียงต่ำที่บางเบา การจัดวางและจุดนั่งฟังเพื่อให้ได้มุมกระจายเสียงและมิติที่ค่อนข้างจำกัด จึงเป็นทีทมาของคำว่า Double Nines เพราะต้องใช้ลำโพงถึงสองชุดวางติดกัน เพื่อให้ได้มิติเวทีเสียงที่ดีเยี่ยม KLH Nine ที่สร้างขึ้นในปี 1960 ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้กับการผลิตลำโพงไฟฟ้าสถิตที่มีลักษณะเหมือนแผงกั้นที่ทำด้วยแผ่นฟิล์มและตะแกรงโลหะ ในยุคต่อๆมา

 

 


"The Model Nine has been the inspiration for virtually every planar-style loudspeaker since."
Neil Gader

 

8.Infinity IRS V
นี่คือลำโพง Tower ที่สูงท่วมหัวจริงๆ ไม่ใช่สูงแค่เกินเอวมานิดเดียว และแน่นนอนว่าเสียงของมันต้องอลังการยิ่งใหญ่ จนโสตประสาทของคุณจะต้องตื่นตะลึง นำพาผู้ฟังเข้าใกล้ชิดกับดนตรีอย่างน่าทึ่ง Infinity IRS V เป็นลำโพงรุ่นล่าสุดของ Infinity Reference System ที่ผลิตในปี 1988สร้างสรรค์โดย Arnie Nudell ได้นำ ทวีตเตอร์ EMITแบบริบบิ้น 12 ชุด มาเรียงเป็นแนวดิ่ง โดยปรับแก้ไม่ให้เสียงจัดจ้าน แต่อุดมด้วยรายละเอียดสมจริงน่าฟัง ทำงานร่วมกับ ENIN ลำโพงขับเสียงกลางและต่ำอีกชุดหนึ่ง กรวยลำโพง graphite-fiber ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 6 ดอก ทำให้เหมือนมีลำโพงยักษ์ สี่ตัวอยู่ในห้อง แน่นอนว่าต้องใช้กำลังขับมหาศาลจากแอมป์กำลังขับ 2000 วัตต์ มันเหมาะสำหรับห้องขนาดใหญ่เพดานสูงเท่านั้น Infinity IRS V จึงเป็นลำโพงในอุดมคติของนักเล่นเครื่องเสียงอย่างไม่ต้องสงสัย


"A dream realized and a dream for this listener."
Harry Pearson

 

7. Magnepan 1-U/1-D
หนึ่งในลำโพงระนาบแม่เหล็ก Full-range planar (electrostatic or ribbon speakers) เนื่องจากมันมีสามตอนพับไปมา หรือ ลำโพงไฟฟ้าสถิต (electrostatic) นั้นเอง นวัตะกรรมลำโพงที่น่าทึ่งในยุค 70's สร้างสรรค์โดยนาย Jim Winey โดยแนวคิดที่จะสร้างลำโพงที่สร้างสนามเสียงได้อย่างอิสระไม่ได้ถูกกำกัดเหมือนลำโพงแบบตู้ทั่วไป มันถูกออกแบบมาเหมือนฉากกั้นห้องที่มีสามพับตั้งอยู่บนพื้น แต่สามารถสร้างเสียงในย่านกลางและแหลมได้อย่างชัดเจน มันจำลองขนาดเสียงของเครื่องดนตรีได้สมจริง ถึงแม้ในย่านเสียงต่ำจะบางเบา แต่ก็มีแรงปะทะและไดนามิคที่โดดเด่น จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของลำโพงในยุคนั้น

 


“The Magneplanars are…[a] ‘classic’…a speaker that is and will be a standard by which and to which others will be compared.”
Jonathan Valin

 

6. Dahlquist DQ‑10
Jon Dahlquist ผู้ออกแบบลำโพงแบบไดนามิคที่มีครอสโอเวอร์แยกออกจากกัน เพื่อการความเที่ยงตรงและชื่อมโยงการทำงานของลำโพงแต่ละดอกที่แม่นยำ Dahlquist DQ‑10 เป็นลาโพงห้าทางตัวแรกผลิตในปี 1974 เมื่อต้องใช้ไดรเวอร์หลายตัว จึงดูแปลกจากลำโพงทั่วไป หากเปิดหน้ากากครอบลำโพงออกจะพบว่ามันน่าเกลียดอย่างประหลาด มันเป็นลำโพงที่ละม้ายคล้ายกับลำโพง Quad ESL-57s แต่ Jon Dahlquist มีแนวคิดต่างออกไปโดยติดตั้งกรวยลำโพงขับเสียงกลางและแหลมแบบ piezo-electric super tweeter ไว้บนตัวตู้ จึงทำให้ปลดปล่อยเสียงได้อย่างมีอิสระกว่า ส่วนกรวยลำโพงขับเสียงเบสแบบไดนามิคที่อยู่ในตู้สร้างเสียงเบสได้ลึกและมีพลังเสียงเหมือนลำโพงขนาดใหญ่ จากแนวคิดดังกล่าว ได้กลายเป็นต้นแบบให้เกิดพัฒนาการในลำโพงดังๆ รุ่นต่อๆมา อาทิ KEF B&W Spica Thiel Vandersteen และ Wilson เป็นต้น

 


"Few large, full-range dynamic speakers before or for some time afterward equaled its openness." 
Paul Seydor


5. Magico Mini II
ความลับที่สำคัญคือตู้ของ Magico Mini II คือความหนา 1 นิ้วที่แข็งแรงมาก อัดด้วยไม้ลามิเนต ไม้อัด Baltic Birch ถึง 17 ชั้นซึ่งเป็นวัสดุที่แข็งแรงกว่าผลิตภัณฑ์ไม้อื่นๆถึง 6 เท่า ผิวหน้าลำโพงทำจากอลูมิเนียมพรีเมียมเกรดรหัส 6061 ปิดผนึกทั้งหมดไว้อย่างแน่นหนา วัสดุนี้เป็นที่ทราบกันดีสำหรับความแข็งแรง จนกลายเป็นวัสดุเอกลักษณ์ของ Magico ความพิเศษของลำโพงแบบลอยตัวจากขาตั้งด้วยระบบลูกปืนที่ไม่เหมือนใคร ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการจัดตำแหน่งทวีตเตอร์กับไดรเวอร์ มีความสมมาตรเที่ยงตรง ทีมออกแบบลำโพงวางขาตั้งที่สวยงามโดย Alon Wolf และ Yair Tammam คุณภาพเสียงมีเป็นมาตรฐานใหม่ ของเสียงที่อุดมด้วยรายละเอียด มีความเป็นธรรมชาติ ไดนามิคที่กว้าง ตอบสนองความถี่ได้กว้าง และความเป็นดนตรีที่น่าทึ่งในตู้ลำโพงขนาดเล็ก

 


"The Mini and Mini II set new standards for neutrality, resolution, dynamic range, frequency extension, and musicality in compact speakers"
Jonathan Valin

 

4. Wilson Audio Tiny Tot (WATT)
David Wilson คือผู้สร้างตำนานให้กับวงการเครื่องเสียง เขาเริ่มงานในปี 1985 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากลำโพงสำหรับการบันทึกเสียงขนาดเล็ก แต่ราคาของมันกลับไม่เล็กตาม และต่อมามันก็กลายเป็นที่นิยมและกล่าวขานถึงว่าเป็นสุดยอดลำโพงระดับ high-end ตลอดกาล ลำโพง Wilson Audio Tiny Tot เป็นลำโพงสองทางมีรูปทรงคล้ายปิรามิดหัวตัด ซึ่งทำให้มันเป็นลำโพงตัวแรกที่ลดการสั่นสะเทือนของตู้ได้อย่างน่าทึ่ง ในยุคแรกๆมันเป็นลำโพงที่ใช้ตรวจรายละเอียดการบันทึกเสียงที่เน้นเสียงกลางและแหลมแต่ให้เสียงเบสที่บางเบา แต่ด้วยเสียงที่ดีเลิศเลอมีเสน่ห์จนใครๆ ต่างมีไว้ในห้องฟัง และต่อมา Wilson Audio ได้พัฒนาให้ทำงานกับกรวยลำโพงขับเสียงต่ำอีกชุดหนึ่ง จึงเป็นรูปทรงตู้แยกเหมือนนำเอาลำโพงทรงปิรามิดมาวางบนตู้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน


"Once music lovers (and other designers) heard a loudspeaker with the sound of the box removed, the world never looked back."
Robert Harley

 

3. Rogers/BBC LS3/5a
ลำโพง LS3/5a ที่ใช้งานสำหรับการกระจายเสียงของสถานี BBC กลายเป็นที่นิยม โดยเฉพาะรุ่น Rogers ด้วยคุณภาพเสียงที่ชัดเจนเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เนื่องจากมันถูกออกแบบให้ใช้สำหรับการบันทึกเสียงที่ เน้นความเที่ยงตรงและเป็นธรรมชาติ ด้วยความสูงเพียง 1 ฟุต ลำโพงสองทางที่สร้างตำนานของคำว่า "ลำโพงล่องหน" มันเป็นลำโพงที่มีเสียงเบสตอนต้น และขาดช่วงเบสลึกๆ เนื่องจากการออกแบบให้ใช้ทำงานในพื้นที่เล็กๆ ทำให้ลำโพงมอนิเตอร์เป็นที่ต้องการอย่างมากจากนักฟังทั่วโลกในยุค 1960 - 1985 โดยเฉพาะ รุ่น Rogers/BBC LS3/5a กลายเป็นต้นแบบของลำโพงมอนิเตอร์ในยุคต่อๆมา ไม่ว่าจะเป็น Spendor รุ่น SP1 และ SP1/2 และ Harbeth Monitor 40 และมันนยังคงเป็นลำโพงที่มีลมหายใจจนมาถึงทุกวันนี้

"This small two-way offered startlingly realistic vocal reproduction and a remarkably expansive and “boxless” sound picture" 
Robert E. Greene

 

2. Acoustic Research AR3a
Edgar Villchur ผู้คิดค้นลำโพงตู้ปิดเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนทางอะคูสติกภายในตู้ลำโพง เขาก่อตั้ง Acoustic Research Company ร่วมกับ Henry Kloss ในปี 1955 โดยผลิต AR1 เป็นรุ่นแรก แนวคิดของเขา คือ ติดตั้งกรวยลำโพงขนาด 12 นิ้วภายในตู้ที่ปิดผนึกโดยใช้อากาศที่อัดดันอยู่ภายในตู้ลำโพงผลักดันให้กรวยลำโพงสร้างคลื่นความถี่เสียงออกมา จนกระทั้งพัฒนามาเป็นลำโพงสามทาง AR3 ที่ให้เสียงสะอาดและมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก เรื่องที่น่าทึ่งของลำโพง AR3 คือการจัดการแสดงดนตรีสดสลับกับเสียงที่ได้บันทึกไว้สดๆ ซึ่งนักดนตรีจะหยุดเล่นโน้ต แต่ยังคงแกล้งทำเป็นเล่นขณะที่ AR3 กำลังทำหน้าที่สร้างเสียงที่บันทึกไว้ออกมาแทน ผู้ฟังต่างต้องแปลกใจที่หลงกลการเปิดตัวลำโพง AR3 จนกลายเป็นพาดหัวหนังสือพิมพ์! Acoustic Research AR3a กลายเป็นลำโพงที่มีแฟนพันธุ์แท้มากที่สุดแบรนด์หนึ่งในยุคนั้นจนสถาบัน Smithsonian ได้ยกย่องให้ AR3 เป็นลำโพงที่ตั้งแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอเมริกัน


"the AR3, with live vs. recorded events where the musicians would stop playing the notes but continue to “pretend” to play as the ARs were switched on. Suddenly, the musicians would stop and freeze while the music continued. Jaws would drop; everyone was fooled—it made newspaper headlines! "
Peter Breuninger

 

1. Quad ESL-57
The Quad Electrostatic Loudspeaker (ESL) ลำโพงตั้งพื้นสูงระดับหัวเข่า ขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก แต่กลับสร้างความตื่นตะลึงในยุคที่ลำโพงระบบเสียงสเตริโอกำลังได้รับความนิยมในปี 1957 ออกแบบสร้างโดย Peter James Walker ลำโพง ESL-57 มีชื่อเสียงในเรื่องความโปร่งใสกังวานหวานหู ทว่ามีความเพี้ยนต่ำมาก เสียงกลางที่น่าฟัง มีความเป็นกลาง ตอบสนองความถี่ได้กว้าง เสียงมีชีวิตชีวาไม่หน่วงช้า และมีผลกระทบจากห้องฟังค่อนข้างน้อย ถึงแม้จะมีเสียงเบสที่บางเบาซึ่งเป็นเรื่องปกติของลำโพง ลำโพงไฟฟ้าสถิต (electrostatic) แบบ full-range ตอบสนองความถี่ 40 Hz ถึง 20 กิโลเฮิร์ทซ์ แต่นั้นก็นับว่ายอดเยี่ยมมากสำหรับลำโพงสเตริโอในยุคบุกเบิก


“it tops virtually every list of the best, the greatest, the most significant supply your own category audio products ever made.”
Paul Seydor

 


 

ข้อมูลจาก : www.theabsolutesound.com

l  Past Issue

Go to top