Music Selected

New Release

 

Artist : Thundercat
Album : Drunk
Genre : Alternative/Electronic/Jazz/R&B
Brainfeeder Records

Review by Fag Hag

ชื่อของสตีเฟน บรูเนอร์หรือThundercat อาจไม่ค่อยคุ้นหูคอเพลงบ้านเราสักเท่าไหร่ แต่ถ้าข้ามฝั่งไปเมืองลุงแซมแล้ว ศิลปินท่านนี้เป็นที่กล่าวขานถึงฝีมือและลีลาการเล่นเบสแบบหาตัวจับยากจริงๆ นี่ยังไม่รวมผลงานการโพรดิวซ์, ครีเอทีฟและพีเจอร์ริ่งกับศิลปินหลายๆคนทั่ววงการอย่าง เคนดริก ลามาร์, เอริกาห์ บาดู, Red Hot Chili Peppers โลดแล่นมาในวงการมาก็นับสิบปี เจ้าตัวเพิ่งจะได้มีโอกาสออกผลงานโซโลอัลบั้มเป็นครั้งแรกก็เมื่อปี 2011 กับเดบิวท์ The Golden Age of Apocalypse เป็นที่ชื่นชมของคอเพลงมากมาย อัลบั้มต่อมาในปี 2013 Apocalypse ก็ยังคงมาตรฐานไม่ตกเลยทั้งร้องทั้งเล่น มาปีนี้สตีเฟนกับมากลับผลงานอัลบั้มที่สามที่เจ้าตัวมีความสุขและสนุกสนานมากกับการทำงานชุดนี้ ดนตรีทั้ง พ็อพ แจ็ซ โซล ฟังค์ แร็ป อาร์แอนด์บี ร็อค อิเล็คโทรนิค ถูกนำมาผสมผสานกลายเป๋นท่วงทำนองที่สร้างสรรค์ ลีลาการมิกซ์และการเรียบเรียงดนตรีถือว่าโดดเด่นมาก น้ำเสียงและการร้องก็น่าฟัง สไตล์การเล่นเบสมีความเป็นตัวของตัวเองสูง นี่ยังไม่รวมถึงแขกรับเชิญมากมายทั้ง เคนนี ล็อคกินส์, เคนดริก ลามาร์, แฟเรลล์, วิซ คาห์ลิฟาร์ ที่ตบเท้าเข้ามาร่วมฟีเจอร์ริ่งด้วย แต่ที่ต้องปรบมือให้จริงๆก็คือการโพรดิวซ์ระหว่าง Thundercat และ Flying Lotus คุณภาพที่ออกมาระดับเกรดเอทั้งอัลบั้ม ใครที่หลงรักบัลลาดอาร์แอนด์บีหวานๆคงไม่พลาดกับ Lava Lamp, A Fan's Mail (Tron Song Suite II), Walk On By และ Blackkk สำหรับคอเพลงโซลแบบย้อนยุคน่าจะเพลินสุดๆกับ Bus in These Streets ส่วนใครที่ชอบงานซินธ์เปรี้ยวๆเก๋ๆก็ต้อง Tokyo, Jameel’s Space Ride และ Friend Zone เปลี่ยนอารมณ์กันสุดๆกับงานทดลองอย่าง Uh Uh, Inferno และ Where I’m Going ซัมเมอร์นี้ ใครที่กำลังมองหางานที่สร้างสรรค์ ฟังง่ายๆสบายๆ งานชุดนี้อาจเป็นทางเลือกใหม่ของคุณก็ได้ 

 


New Release

  


Artist : Ibibio
Album : Uyai
Genre : African/Electronic/Popk
Merge Records

Review by Fag Hag 

วงดนตรีแปดชิ้นแนวแอฟริกันอิเล็คโทรนิคพ็อพจากลอนดอน โดยมีนักร้องนำหญิง เอโน วิลเลียมส์ สาวเก่งมากความสามารถ ถึงเธอจะเกิดและเติบโตในลอนดอนแต่ก็มีเลือดชาวไนจีเรียนอยู่เต็มตัว Uyai เป็นภาษาไนจีเรียซึ่งมีความหมายว่าความงาม เป็นงานอัลบั้มชุดที่สองต่อจาก งานเดบิวท์ชื่อเดียวกับอัลบั้มเมื่อปี 2014 ย้อนไปเมื่ออัลบั้มแรก ทั้งวงการต่างโจษจันถึงการเล่นสดของพวกเขา รวมถึงงานเทศกาลดนตรี Glastonbury และ Roskilde งานเดบิวท์เมื่อสมัยทำกับ Soundway Records จะออกแนวดนตรีแอฟริกันค่อนข้างเข้มข้น ซึ่งต่างจากอัลบั้มชุดนี้ตรงที่มีความเป็นร็อค มากขึ้น แต่ยังรักษาความเป็นดนตรีสไตล์แอฟริกันอยู่ บวกกับความหลากหลายทางดนตรี มีความเป็นพ็อพ ดิสโก้ ฟังค์ อิเล็คโทรนิค โพสท์-พังค์ ได้อารมณ์แบบดนตรีทดลองสไตล์โกลบอลอยู่กลายๆ ถึงเธอจะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาเป็นภาษา Ibibio ซึ่งเป็นภาษาภาคตะวันออกเฉียงใต้ของชาวไนจีเรียน แต่อารมณ์และความรู้สึกนั้นเต็มเปี่ยมจริงๆ เรื่องราวส่วนใหญ่ในอัลบั้มเกริ่นถึง อิสรภาพ การปลดปล่อย และสิทธิของมนุษยชนที่สามารถจะใช้ชีวิตที่ตนเองเลือกได้ อย่างที่มาของ Give Me A Reason เธอได้กล่าวถึงเรื่องราวของเด็กสาวชาวไนจีเรีย 267 คนที่ถูกลักพาตัวไปในตอนเหนือของไนจีเรียเมื่อปี 2014 ซึ่งก็ยังไม่มีใครได้ข่าวคราวของพวกเธออีกเลยจนถึงตอนนี้ หลายครั้งที่ติดตามสาวน้อยคนนี้ รู้สึกได้ถึงพลังของเธอ จนทำให้นึกถึงเกรซ โจนส์ ขึ้นมาตะหงิดๆเลยทีเดียว นอกจากอารมณ์จะมาเต็มแล้ว ความสามารถทางดนตรีของพวกเขาทั้งแปดคนเรียกได้ว่าเข้าขั้นเทพทีเดียว ตั้งแต่มือเพอร์คัสชั่นอย่าง อันเซลโม เน็ตโต, นักเป่าทรัมเป็ตตัวเอ้อย่าง สก็อต เบย์ลิส ไปจนถึงมือซินธ์และนักเป่าแซ็กโซโฟนตัวยงอย่าง แม็กซ์ กรุนฮาร์ด การประสานงานของทั้งแปดชิ้นยอดเยี่ยมเหนือคำบรรยายจริงๆ หากใครได้มีโอกาสได้เสพงานชุดนี้แล้ว คงอดไม่ได้ที่อยากจะดูพวกเขาเล่นสดแบบตัวเป็นๆ ให้เป็นบุญตากันสักครั้ง

 


New Release

 

Review by Fag Hag

Artist : Vagabon
Album : Infinite Worlds
Genre : Rock
Father/Daughter Records

Vagabon จริงๆแล้วก็คือศิลปินสาวเลทิเทีย แทมโก้นั่นเอง เธอเติบโตในแคมเมอรูนแต่ต้องย้ายตามครอบครัวมาอยู่นิวยอร์ค ด้วยความประสงค์ของพ่อแม่ที่หมายจะให้เธอได้มีการศึกษาที่ดี ซึ่งภายหลังเธอก็ได้จบการศึกษาทางวิศวกรด้านคอมพิวเตอร์ตามที่ตั้งใจ ช่วงที่เลทิเทียมานิวยอร์คใหม่ๆ เธอต้องพานพบกับสิ่งต่างๆมากมายจะเรียกว่าเป็นคัลเจอร์ช็อคก็อาจจะว่าได้ เรื่องราวเหล่านี้ผลักดันและเชื่อมโยงเธอไปสู่โลกของดนตรีโดยไม่รู้ตัว เมื่อปี 2014 ก็แอบออก Persian Garden cassette งานเดโมชิ้นย่อยๆ กับ Miscreant Records เรียกเสียงฮือฮาพอสมควรกับงานโลไฟชั้นดี มาปีนี้เธอได้ฤกษ์ปล่อยงานเดบิวท์สักทีกับ Infinite Worlds ซึ่งที่มาของชื่ออัลบั้มเธอได้แรงบันดาลใจมาจากบทกวี The Crisis of Infinite Worlds ของ ดาน่า วอร์ด ที่ต้องถือว่าทรงอิทธิพลกับความคิดของเธอในหลายด้าน เห็นตัวเล็กแค่นี้ เธอเหมาหมดตั้งแต่ ร้องเอง แต่งเอง เล่นเองทั้งกีตาร์ กลอง คีย์บอร์ด ซินธ์ ไหนจะร่วมโพรดิวซ์เองอีก ถึงอัลบั้มนี้จะมีแค่แปดเพลงแต่ก็เต็มอิ่มและจุใจสุดๆกับงานโลไฟร็อคแบบดั้งเดิม อารมณ์แบบอินดี้ร็อคยุค 80s จนถึงคอลเลจซาวด์แบบยุค 90s สไตล์การร้องของเธอก็ค่อนข้างมีมิติ ได้ทั้งหนักทั้งเบา เรียกว่าเอาคนฟังอยู่ งานกีตาร์แบบแตกๆพร่าๆ เบสและกลองทั้งหนักทั้งดิบอย่าง The Embers, Minneapolis และ 100 Years ทำเอาคอเพลงร็อคอย่างเราๆมีตายกันเกลื่อน แทร็คอย่าง Cleaning House และ Alive and A Well เลทิเทียได้มีโอกาสโชว์พลังเสียงอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะแทร็ค Cold Apartment เสียงของเธอเข้าถึงอารมณ์เพลงจริงๆ หลายคนแอบเอาไปเปรียบกับ ดอโรเรส นักร้องนำของ The Cranberries ถึงงานชิ้นนี้อาจจะไม่ได้ฟังดูใหม่กับยุคนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้คอเพลงอินดี้ร็อคคิดถึงวันเก่าๆและอิ่มใจสุดๆ

 


New Release

  

Artist : Mount Eerie
Album : A Crow Looked At Me 
Genre : Indie Folk/Rock 
P.W. Elverum & Sun, Ltd.

Review by Fag Hag

จำได้ว่าทุกครั้งที่ขาดแรงบันดาลใจในชีวิต ดนตรีของเขาคนนี้ช่วยชีวิตเราเอาไว้หลายครั้ง บางครั้งก็อดสงสัยเหมือนกันว่าทำไมงานศิลปะดีๆมักเกิดจากความเศร้า เสียใจ มืดมน ทุกข์อย่างไม่สิ้นสุด ถ้าเลือกได้คงไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้กับใครสักคน แม้แต่กับศิลปินอัจฉริยะคนนี้ ผู้ที่ทุ่มเทชีวิตและวิญญาณให้กับดนตรีโดยตลอดมา วันหนึ่งบุคคลผู้เป็นทั้งคนรักและเพื่อนร่วมเส้นทางดนตรี ต้องมาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เหตุการณ์เมื่อปีที่แล้วทำเอาฟิลล์ เอลล์เวรัมแทบตั้งตัวไม่ติด กว่าที่เขาจะกลับมาได้ต้องใช้เวลาเยียวยาอยู่หลายเดือน ไม่แปลกใจเลยถ้าเขาคนนี้จะยังไม่พร้อมที่จะกลับมาเพราะจำได้ว่าตั้งแต่ได้ฟังผลงานของ Mount Errie มา เรื่องราวของเธอคนนี้ต้องแอบอยู่ในทุกๆบทเพลงของเขา จนเรายังรู้สึกได้ถึงความรักที่เขามีต่อเธอคนนี้ ผ่านมาสิบปี เขาก็ยังเขียนเพลงให้กับเธออยู่เสมอ เพียงแต่วันนี้ไม่ได้มีเธออยู่ด้วยอีกแล้ว A Crow Looked At Meเป็นผลงานชุดที่แปดที่ฟิลล์ถ่ายทอดเรื่องราวของความสูญเสียออกมาได้อย่างสวยงาม และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ไม่น้อยไปกว่าที่เราได้ยินในงาน "No Flashlight" Songs of the Fulfilled Night และ Sauna ตลอดทั้ง 11 เพลงไม่ทำให้เราเศร้าและจมไปกับความตาย แต่ทำให้เราเรียนรู้และเข้าใจความเป็นไปของมัน งานบัลลาดชั้นดีอย่าง Seaweed และ Toothbrush/Trash เต็มไปด้วยเสียงอคูสติกกีตาร์ที่แสนเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งและกินใจ แทร็คอย่าง Real Death, Forest Fire และ My Chasm ก็ได้ใจไม่แพ้กันทั้งท่วงทำนองและมิติของเพลง นอกจากอัลบั้มนี้จะเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของเธอคนนี้แล้ว เรายังคงแอบหวังว่างานชุดนี้น่าจะเป็นพลังและกำลังใจให้เขายังดำเนินไปตามเส้นทางดนตรีได้อย่างสวยงามต่อไป

 


Favorite One

  


Artist : Norman Brown
Album : Stay with Me
Genre : Smooth & Contemporary Jazz
Peak

Review by Lullaby

Norman Brown นักกีตาร์แจ๊ส เจ้าของรางวัลแกรมมี่อวอร์ดสาขา Best Pop Instrumental Album ในปี 2002 กับผลงานชุด Just Chillin จนมาถึง On Stay with Me เป็นสตูดิโออัลบั้มชุดที่เจ็ดของเขา และเป็นครั้งแรกในสังกัด Peak Records ในผลงานชุดนี้ดูจะมีความเป็น "แจ๊สร่วมสมัย" มากขึ้น ทุกบทเพลงนั้นผ่อนคลาย ฟังสบายเหมือนได้บรรยากาศไปพักร้อนในแถบ West Coast แล้วได้ฟังเพลงแจ๊สดีๆ สำเนียงกีต้าร์ของ Norman Brown ช่างนุ่มนวลเอาใจหูซะเหลือเกิน  ในผลงานชุดนี้มีนักร้องรับเชิญระดับซุปตาร์ Brian McKnight ในเพลง Stay with Me นอกจากเล่นกีต้าร์แล้ว เขายังร้องเพลงได้ดีอีกด้วย ในเพลง "Every Little Thing" และ “I Need You” ผลงานชุดนี้มีเพลงดังติดหูได้ไม่ยาก จนทำให้ Stay with Me ขึ้นอันดับหนึ่งในรายการวิทยุ Smooth Jazz Radio Hit ในปี 2007 คุณภาพการบันทึกทำได้ดี แต่ไม่โดดเด่นในเรื่องมิติเวทีเสียง ก็แทบจะเป็นเรื่องปกติของดนตรีแนวนี้ ที่เน้นขายคุณภาพของดนตรีมากกว่าการบันทึกเสียง น่าเสียดายครับ เพราะผมเป็นแฟนของเพลงแนวนี้ ต่างจากดนตรีที่บันทึกมาแบบโคตรดีเยี่ยมแต่ไม่ปลื้มกับดนตรีมากเท่าใดนัก ผมเชื่อว่าหลายๆคนก็มักจะฟังเพลงด้วยเหตุผลเดียวกันคือชอบและสนุกไปกับมัน แน่นอนว่า Stay with Me กับเสียงกีตาร์ของ Norman Brown จะขโมยหัวใจคนฟังได้ไม่ยาก

 


Favorite One

 

Artist : Julian Lage
Album : Sounding Point
Genre :  Contemporary Jazz / Guitar JazzInstrument
Emarcy

เทพกีตาร์แจ๊สคนใหม่ Julian Lage เขามหัศจรรย์มาตั้งแต่ในวัยเยาว์ เขาขึ้นแสดงต่อหน้าสาธารณะตอนอายุห้าขวบหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เริ่มเล่นกับศิลปินที่มีชื่อเสียงอาทิ Carlos Santana (ตอนที่เขาอายุแค่แปดขวบเท่านั้น) และต่อมาก็เคยเล่นกับ Pat Metheny, Martin Taylor และ David Grisman ซึ่งทำให้มีคนนำเรื่องราวของเขาไปสร้างภาพยนตร์สารคดีที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ในปี 1997 จนกระทั่งในปี 2009 Julian Lage ได้ออกผลงานอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเขา Sounding Point อัลบั้มชุดนี้ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นการมาถึงของคลื่นลูกใหม่ ด้วยสไตล์การเล่นที่เปี่ยมด้วยทักษะ นุ่มนวลอ่อนไหลดังสายลม พลิ้วไหวดุจสายน้ำ เสียงที่เปิดกว้าง สดใสชัดเจน มีไดนามิคหนักเบา งดงามหมดจด ผสมผสานทักษะการเล่นที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีคลาสสิกและดนตรีพื้นเมืองของยุโรป สะท้อนสภาพวะการหลุดพ้นทางดนตรีอย่างน่าทึ่ง ผลงานชุด Sounding Point เป็นการจุดประกายให้กับวงการดนตรีว่ายังคงมีอะไรใหม่ๆสร้างสรรค์ต่อยอดได้อีกอย่างไม่รู้จบ ผลงานชุดนี้มีบทเพลงไพเราะมากถึง 15 เพลง แต่อาจจะฟังยากสำหรับบางคนที่ไม่คุ้นกับดนตรีในระดับนี้ เรียกได้ว่า Sounding Point เป็นผลงานปล่อยของดีจาก Julian Lage ที่อลังการรุ่มรวยด้วยเทคนิค และอารมณ์ดนตรีที่สดใหม่ ในรูปแบบของดนตรีบรรเลงที่ปรุงเสน่ห์ด้วยเสียงจาก คาริเนต จนกลายเป็นเอกลักษณ์ทางดนตรีของเขาในเวลาต่อมา คุณภาพการบันทึกที่เน้นความชัดเจนของเสียงดนตรี แต่ไม่ชัดเจนในเรื่องของมิติเวทีเสียง แต่ก็นำให้ผู้ฟังเข้าใกล้ดนตรีที่อยู่ในห่วงอารมณ์ของ Julian Lage ได้อย่างน่าทึ่ง

 


Audiophile

 

Artist : Ingram Washington
Album : What a difference a day makes
Genre : Vocal /Jazz
SSTS Digital

Review by Lullaby

เสียงของ Ingram Washington นั้นเป็นที่ยอมรับในหมู่คอเพลงแนว Adult Contemporary ว่านุ่มลึก ทุ้มเนียน น่าฟังสุดจะบรรยาย เขาเติบโตในเมือง ดีทรอยต์ สหรัฐอเมริกา ทักษะการร้องเพลงของเขาได้รับอิทธิพลจากศิลปินแจ๊ส อาทิ Duke Ellington Count Basie Billy Eckstine และนักร้องคนอื่น ๆ ในยุค 50’s Ingram Washington ร้องเสียงบาริโทนได้ดีมาก ละม้ายกับ Nat King Cole จนทำให้เขาประสบความสำเร็จจนมีงานแสดงในคลับและคอนเสิร์ตไปทั่วโลก What a difference a day makes คือ อัลบั้มชุดแรกในแผ่นรูปแบบ CD และมีการผลิตแผ่นเสียงรุ่น 180gm ออกมาเป็นพิเศษให้กับนักเล่นแผ่นเสียงอีกด้วย 'Great American Songbook' ได้ยกย่องสไตล์การร้องที่กลมกล่อมของ Ingram Washington ว่าเป็นและเสียงบาริโทนมีโทน Dark ที่บาดลึกจับใจ บทเพลงส่วนใหญ่ในผลงานชุดนี้เป็นนำเพลงดังๆ ที่แทบจะกล่าวได้ว่าเป็นผลงาน 'Great American Songbook' ที่นำมาขับร้องในสไตล์ของเขาเอง ที่ให้อารมณ์ เหงา เศร้า แค่ทว่ากลมกล่อม ชวนให้เคลิ้ม มีเพลงดังๆ อาทิ What a difference a day makes, Come rain or come shine, My funny valentine, Unforgettable, Autumn leaves, Always on my mind และ What a wonder full world การบันทึกเสียงต้องยกความดีให้กับ STS Digital ที่ถึงแม้จะทำงานในระบบดิจิตอล แต่เสียงที่ได้นั้นกลมกล่อมน่าฟังมาก ซึ่งไม่ได้มีเพียงแต่รายละเอียดแต่ทว่าแห้งบางเหมือนการบันทึกในระบบดิจิตอลทั่วไป แต่ทว่าชุ่มฉ่ำอุดมเป็นด้วยความไหลลื่นน่าฟังไปซะทุกอณูของตัวโน้ต

 


Audiophile



Artist : Fourplay
Album : Journey
Genre : Fusion Jazz
Sony Music

Review by Lullaby

Journey ออกว่างจำหน่ายในปี 2004  ผลงานสตูดิโออัลบั่มชุดที่ 7 ในช่วงเวลาการเดินทาง 13 ปี ของวงดนตรีแจ๊สที่โด่งดังและประสบความสำเร็จมากวงหนึ่งของโลก พวกเขาก่อตั้งวงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 จากสุดยอดฝีมือ Larry Carlton (กีตาร์) Bob James (เปียโน) Nathan East (เบส) และ Harvey Mason (กลอง) ผลงาน Journey ประกอบด้วย  9 เพลง ที่แต่งโดยสมาชิกทั้งหมดของวง และอีกหนึ่งเพลงพิเศษ  "Fields of Gold" จาก Sting  อดีตสมาชิก The Police โดย Larry Carlton ได้บรรเลงอะคูสติกกีต้าร์แทนที่เสียงร้องของ Sting ได้อย่างสวยงามน่าฟัง “Play Around It”  เพลงที่มีความเป็น Hip hop ที่พลิ้วไปกับเสียงเปียโนจาปลายนิ้วของ Bob James ได้อย่างน่าสนใจ เพลง "From Day One” ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของ Bob James ได้อย่างชัดเจนที่สุด เพลงไตเติ้ล "Journey" ด้วยเสียงร้องอันอบอุ่นในแนว Pop Jazz จาก Nathan East  ที่ฟังติดหูง่าย แต่ไพเราะ และบทเพลงไพเราะอื่นๆ ทั้งหมด คือ งานดนตรีที่พวกเขาสร้างสรรค์เองในทุกขั้นตอน จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมพวกเขาถึงประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน Journey คือผลงานที่พิสูจน์คุณค่าการเดินทางบนถนนดนตรีของพวกเขาได้เป็นอย่างดี โดยทาง Sony Music ได้นำมา remastering ใหม่ในแบบ K2 คุณภาพการบันทึกนั้นชัดเจนมีรายละเอียด แต่ไม่ค่อยโดดเด่นในด้านมิติเวทีเสียง  เพราะต้นฉบับนั้นบันทึกมาในแบบ Commercial CD แต่ก็ยังจัดมาอยู่ในหมวดของ Audiophile มาตลอดเนื่องจากโลโก้ K2 หรือไงก็ไม่ทราบ แต่ด้วยคุณค่าของงานดนตรีล้วนๆ ที่ทำให้เราอยากหยิบมาฟังบ่อยๆ ครับ 

  


 

 

l More review

Go to top