Audio Amplifier

Integrated Amplifier

 

Audio Reserch
Cambridge
DENON
Marantz
Onkyo
YAMAHA
NAD

 


Pre/Power Amplifier

 

 

 


 

   ก า ร เ ลื อ ก ซื้ อ  A u d i o  A m p l i f i e r      

หลายท่านโดยเฉพาะมือใหม่อาจลังเลใจว่าจะเลือกเล่นอะไรดีระหว่าง Pre/Power Amplifier กับ Integrated Amplifier มันมีข้อดีและแตกต่างกันอย่างไร คำตอบง่ายๆ ก็คือ ชุด Pre/Power Amplifier ย่อมดีกว่า เพราะมีการแยกการทำงานออกจากตัวเครื่อง ทำให้ลดการกวนกัน หรือขยะส่วนเกินของสัญญาณที่ตัดกันภายในตัวเครื่อง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้น Pre Amplifier ทำหน้าที่รับสัญญาณมาจากแหล่งสัญญาณ อาทิ CD Player หรือ Music server แล้วป้อนสัญญานต่อเข้าสู่ภาคขยายของ Power Amplifier ก่อนที่จะส่งไปยังลำโพง

Integrated Amp. เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่งรวมภาค pre/power เข้าไว้ด้วยกัน ทำหน้าที่ในการรับสัญญาณจากแหล่งถอดรหัสสัญญาณไม่ว่าจะเป็น CD Player, Turn Table หรือ Music server และ DAC แล้วผ่านภาคขยายหรือปรับแต่งเสียงก่อนที่จะส่งไปยังลำโพง นั้นหมายความว่า Integrated Amp. เป็นตัวกลางที่เชื่อมต่อระหว่างแหล่งสัญญาณและลำโพง ดังนั้นการเลือกซื้อจำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมลงตัวในแง่ของกำลังขับ โทนเสียง กับแหล่งสัญญาณและลำโพง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าจับกับตัวไหนแล้วเสียงจะออกมาเป็นอย่างไร ครับก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับมือใหม่ คำตอบสั้นๆ ก็คือต้องลองฟังก่อนตัดสินใจ ครับ

นักเล่นเครื่องเสียงส่วนใหญ่ที่มีประสบการณ์มักจะเลือกลำโพงก่อนเป็นหลัก แล้วจึงค่อยเลือก CD Player และ Integrated Amp.เพราะเนื่องจากลำโพงเป็นอุปกรณ์หลักที่มีอิทธิพลกับบุคลิกน้ำเสียงมากที่สุด ดังนั้นการจะเลือกซื้อ Integrated Amp. ก็ควรคำนึงถึงผลที่ได้ว่าเป็นแนวเสียงที่เราพึงพอใจหรือไม่ อย่างเช่น แอมป์หลอด ก็มีบุคลิกเสียงไปในทางอบอุ่น มีบรรยากาศ มีความอิ่มหวาน ในขณะที่แอมป์โซลิดสเตจ ก็เด่นในเรื่องของไดนามิก แรงปะทะและกำลังขับ บางท่านก็ต้องการความเป็นกลางไม่แต่งแต้มอะไร แอมป์ที่ดีก็น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่บางท่านก็มีแนวทางเสียงที่ต้องการสีสัน โทนเสียงที่มีความเฉพาะเจาะจงมีลีลาน้ำเสียงที่เหมาะกับแนวเพลงที่ชอบ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลที่น่าค้นหา

กำลังขับก็นับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากลำโพงแต่ละรุ่น แต่ละประเภทต้องการกำลังขับที่มากน้อยต่างกัน เช่น Integrated Amp. ที่มีกำลังขับ 50 watt เหมาะที่จะขับลำโพงวางขาตั้งที่ขับง่าย ไม่กินกระแสไฟฟ้ามากนัก ส่วนลำโพงตั้งพื้น 2 ทางครึ่งที่ขับง่ายก็น่าจะเหมาะกับ Integrated Amp. ที่มีกำลังขับ 70 watt ขึ้นไป ซึ่งการพิจารณากำลังขับที่เหมาะสมนี้ต้องอาศัยความเข้าใจในเรื่องการขับโหลด และ Impedance ของลำโพงด้วย เพราะหากเลือกแอมป์ที่มีกำลังขับไม่เหมาะสมก็อาจสร้างความเสียหายต่อลำโพงและตัวของแอมป์เองได้ อีกทั้งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไม่สามารถเค้นเอาประสิทธิภาพจากลำโพงได้อย่างเต็มที่

 

ค่าต่างๆ ที่ควรทราบของ Amplifier

RMS คือ หน่วยการวัดกำลังขับในแบบค่าเฉลี่ยที่ Amplifier ปล่อยกำลังออกมาอย่างต่อเนื่อง ซี่งย่อมาจาก Root-Means-Square มักเขียนแยกเป็น 2 Channel เช่น 50 w x 2 RMS ซึ่งต่างจากค่า P.M.P.O. ซึ่งย่อมาจาก Peak Music Power Output หมายถึง กำลังสูงสุดที่เครื่องเสียงจะปล่อยออกมาได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ดังนั้นค่าวัตต์ RMS อาจจะดูเหมือนน้อยกว่า ค่า Watts(วัตต์) แบบ PMPO แต่ความจริงแล้วเทียบกันไม่ได้เลย เช่น 100 Watts RMS(วัตต์) อาจมีค่าเทียบเท่าถึง 1000 Watts(วัตต์) P.M.P.O เลยที่เดียว

Ohms คือ หน่วยค่าความต้านทานของลำโพง ซึ่งลำโพงส่วนใหญ่จะมีค่าความต้านทานอยู่ระหว่าง 4-8 Ohms

THD(Total Harmonic Distortion) คือ ค่าความผิดเพี้ยนในการถ่ายทอดสัญญาณ ที่เกิดขึ้นกับระบบจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ และคำนวณค่าผลรวมความเพี้ยนฮาร์มอนิกส์ของรูปคลื่นต่างๆ ดังนั้น ค่ายิ่งน้อยเท่าไหร่ก็แสดงถึงความเที่ยงตรงของการถ่ายทอดสัญญาณเสียงมากขึ้นเท่านั้น

Damping factor คือ การวัดอัตราส่วนค่า impedance ของลำโพง ต่อค่า impedance output ของ Amplifer เวลาส่งสัญญานเสียงจาก power amp ไปขับลำโพงให้เกิดการสั่นสร้างเป็นเสียง เมื่อสัญญานหยุดแล้ว แต่ลำโพงไม่สามารถหยุดสั่นได้ทันทีเนื่องจากมีพลังงานตกค้าง ค่า damping factor คือ ค่าพลังงานที่จะใช้ในการหยุดการสั่นของลำโพงให้ตรงกับตามสัญญานเสียง ซึ่งจะมีผลมากต่อความถี่ต่ำๆ หรือเสียงเบส เพราะต้องใช้พลังงานเยอะ ดังนั้นถ้า damping factor มีค่านี้ยิ่งมากยิ่งดี เพราะเป็นเหมือนกำลังสำรอง เพื่อทำให้ลำโพงมี Low distortion (ความสั่นที่ผิดเพี้ยนและไม่ส่อดคล้องกับสัญญาณ)

Frequency response การตอบสนองความถี่ Amplifier ที่ดีต้องตอบสนองความถี่ได้กว้างและครอบคลุม ส่วนใหญ่การตอบสนองความถี่จะอยู่ระหว่าง 10 Hz - 50 kHz +/- 1 dB ซึ่งสามารถตอบสนองการแสดงผลความถี่เสียงของลำโพงประเภทต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม

 

 

สุดท้ายก่อนการตั้งสินใจเลือกซื้อ Amplifier สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการได้ทดลองฟังด้วยตัวเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นนักฟังแบบ Music Lover หรือ Audiophile เครื่องเสียงก็เป็นเสมือนภาพสะท้อนรสนิยมและความเป็นตัวคุณได้เป็นอย่างดี

 

Go to top